【黒バス】 Hardest Of Hearts 2 「Rabbit Heart」

posted on 15 Feb 2013 01:28 by voltair in Literature directory Fiction, Cartoon
สวัสดีค่ะ
 
วันนี้เป็น ตอนที่สองของฟิคคุโรบาสแนวเศร้าระทมและสมการยาว นะคะ 
ยังคงคอนเซ็ปท์เดิมคือได้แรงบันดาลใจมาจากเพลงของวง Florence + The Machine ค่ะ 
 
 
 
 
 
 
Title: Hardest Of Hearts
Author: Miya
Pairing:  【
Rate: PG-13

 
 
 
 
 
 
 
 
 
ในสตูดิโอดูวุ่นวายอย่างที่ควรจะเป็น สต๊าฟวิ่งไปวิ่งมารอบๆ ฉากแบบกรีก-โรมัน 
นายแบบหนุ่มค่อยๆ นั่งลงบนเก้าอี้นอนตัวใหญ่กลางฉาก ระมัดระวังไม่ให้เสื้อผ้ายับ 
บนโต๊ะข้างมีของประกอบฉากวางอยู่
 

ลูกแก้วลูกหนึ่งตั้งอยู่บนแท่นสีทอง เนื้อแก้วใสสะท้อนสีอมฟ้าช่างดูสุกใสและส่องประกายสวยงาม
คิเสะนึกถึงคุโระโกะ
นึกถึงใบหน้าเปื้อนเหงื่อที่หันมายิ้มให้


ข้างๆ ลูกแก้วมีกระต่ายเซรามิคตัวจ้อย มันหันหน้าเอียงไปหาลูกแก้วราวกับจะทักทาย เงาสีขาวสะท้อนจางอยู่บนผิวแก้ว


สไตลิสท์วางรูปปั้นสิงโตสีทองลงระหว่างลูกแก้วกับกระต่ายเซรามิคตรงหน้า
คราวนี้เขานึกถึงอาโอะมิเนะ
ผิวมันวาวของลูกแก้วสะท้อนเงาของสิงโตอย่างชัดเจน
--บดบังเงาสะท้อนของกระต่ายไปจนหมดสิ้น
 

เสียงเรียกของผู้กำกับกองถ่ายดึงคิเสะออกจากภวังค์
 

เขาหันไปปั้นยิ้มให้กับกล้อง

 
 


Hardest Of Hearts
Part2: Rabbit Heart


 
 

คิเสะเดินนำหน้ามุราซากิบาระเข้ามาในโรงยิมที่ว่างเปล่า 
การฝึกซ้อมจะเริ่มต้นขึ้นในอีกครึ่งชั่วโมง ตอนนี้เหล่าสมาชิกชมรมจึงยังเตรียมตัวอยู่ในห้องพัก

เสียงนกร้องดังคลอกับเสียงฮัมเพลงเบาๆ ลอดออกมาจากประตูห้องล็อคเกอร์แยกของทีมระดับหนึ่ง
วันนี้คุโระโกะดูท่าทางอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

ท่วงทำนองที่เบาจนแทบจะไม่ได้ยินถูกเสียงปึงปังกลบในทันทีที่อาโอะมิเนะกระแทกประตูโรงยิมเปิดออก เขาเหวี่ยงกระเป๋าลงบนเก้าอี้ยาวข้างสนามอย่างไม่ใยดี ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อ

คิเสะมุ่ยหน้าเล็กน้อย
บางครั้งเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมอาโอะมิเนะถึงทำตัวป่าเถื่อนนัก
 


กิจวัตรประจำวันของสมาชิกทีมปาฏิหาริย์แห่งโรงเรียนมัธยมดำเนินไปตามปกติ
แต่วันนี้คิเสะไม่มีสมาธิเลย

เขามัวแต่คิดเรื่องของกระต่าย สิงโต และลูกแก้วประกอบฉากวนไปวนมาจนฟอร์มการเล่นตกลงอย่างเห็นได้ชัด 
นอกจากจะโดนมิโดริมะโกรธแล้วยังโดนอาคาชิตักเตือนเรื่องใจลอยอีกด้วย

คิเสะได้แต่ยืนคอตก ตัวแข็งทื่อ เป็นจุดเด่นอยู่กลางคอร์ท 
ราวกับกระต่ายที่สั่นกลัวอยู่กลางสปอตไลท์
 


ทันทีที่เขาเดินเลี่ยงออกไปหยิบผ้าขนหนูบนเก้าอี้ยาวริมคอร์ท อาโอะมิเนะก็เข้ามาหา
เนื้อหาที่คุยไม่สำคัญเท่าไหร่
แต่เสียงหัวเราะอย่างเบิกบานราวกับไม่มีอะไรต้องกังวลนั้นชวนให้เขาหัวเราะตามไปด้วยอย่างง่ายดาย
ไม่แปลกใจเลยที่คุโระโกะจะชอบอยู่กับคนๆ นี้

ถึงจะจะเจ็บแปลบนิดหน่อย แต่ก็ต้องยอมรับ

 

ใกล้จะหมดเวลาพัก มุราซากิบาระเดินกลับเข้ามาในห้องล็อคเกอร์อย่างเงียบเชียบ มือทั้งสองเปื้อนดิน
นกตัวโปรดของคุโระโกะเงียบหายไป
แผ่นหลังเล็กๆ ที่สั่นเทิ้ม
ใช้เวลาไม่นานคิเสะก็พอจะเข้าใจ
 

"ไม่เป็นไรนะคุโระโกจจิ ชั้นอยู่ตรงนี้ตลอดนะ มีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เสมอ"

--คงจะเป็นประโยคที่ดีที่สุดเท่าที่เขาพอจะนึกออก
 

ช่วงเวลาแห่งความเงียบช่างบาดใจ 
เขาไม่มีอะไรที่พอจะทำได้เลย 
 

ทันทีที่หันหลังกลับ คิเสะก็สัมผัสได้ถึงแรงดึงน้อยๆ จากด้านหลัง นายแบบหนุ่มหันกลับมาอีกครั้ง ดวงตาสีทองสะท้อนภาพใบหน้าของคุโระโกะที่กำลังขมวดคิ้วน้อยๆ
 

"คิเสะคุง"
 

เขาแอบหวังไว้ลึกๆ ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร
--อะไรบางอย่างที่เขารอมาตลอด

แต่คุโระโกะเพียงแค่ปล่อยมือที่ดึงชายเสื้อของเขา และโค้งน้อยๆ

"ขอบคุณนะครับ"
 


คิเสะเคยสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะพอใจกับการที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุโระโกะ
ได้เป็นเพื่อนสนิท
ได้เล่นบาสเก็ตบอลด้วยกัน
แต่เท่าไหร่เขาก็ไม่พอ
ไม่เคยพอ

ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ถอนหายใจ 
ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่อ้าปากพูด
ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ก้าวเดินไป
คิเสะก็ได้แต่คิดถึงคุโระโกะ

ความรักตามหลอกหลอนเขาในฝัน
มันปั้นคำพูดให้เขา
มันเลือกทิศทางให้เขาเดิน
--ราวกับโดนผีสิง

 

ถ้าเปรียบคอร์ทบาสเก็ตบอลเป็นป่า อาโอะมิเนะก็คงจะเป็นสิงโต
เขาอยู่ในระดับราชสีห์ของวงการ ในขณะที่คิเสะเป็นเพียงกระต่าย
--กระต่ายที่อยากเป็นสิงโต
 

เขาตื้อขอแข่งวันออนวันกับอาโอะมิเนะทุกเย็นเพราะอยากจะเก่งขึ้น
พยายามจะศึกษาเทคนิค พละกำลัง และการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย 
สังเกต เลียนแบบ แล้วทำตาม
'เพอร์เฟ็คท์ ก๊อปปี้' ไม่ใช่อะไรเหนือธรรมชาติ
ความแข็งแกร่งของอาโอะมิเนะต่างหากที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์
 

เสียงลูกบาสดังกระทบพื้นดังก้องอยู่ในโสตประสาทจนหัวหมุน
ร่างกายจะทรุดล้าเท่าไหร่ก็ไม่เคยถอย
เพราะอยากจะเป็นแสงให้เงามากเหลือเกิน

แต่ไม่ว่าจะกี่ครั้ง เขาก็แพ้
เจ็บปวด แต่ก็ต้องยิ้มรับ


ทุกครั้งที่เห็นอาโอะมิเนะเข้าไปกอดคอร่างเล็ก หัวใจของเขาก็ปวดหนึบราวกับมีอะไรมาบีบรัด
 
 

ไม่มีใครรู้ว่าคิเสะปฏิเสธไม่รับงานถ่ายแบบไปมากเท่าไร เพียงเพื่อจะได้มาโรงเรียน 
ได้มาอยู่ในโรงยิม 
ได้ยืนข้างคุโระโกะ

เขาพร้อมที่จะเสียสละทุกอย่าง

แต่ต้องมากเท่าไหร่ถึงจะพอ? 
เขาไม่เคยชนะแสงที่แรงกว่าได้เสียที
 
 

คิเสะกล้าให้คุโระโกะได้ทุกอย่าง
แลกกับการที่จะได้ครอบครองความอ่อนโยนนั้นไว้คนเดียว
เขารักมาก
จนกลัว
ที่จะพูด
 


ไม่ว่าจะซ้อมแข่งซักกี่ครั้ง คิเสะก็ไม่มีสมาธิเลย
เขามัวแต่สนใจ "เงา" ที่อยู่บนคอร์ทเดียวกัน
 

"คิเสะ ออกไปเดี๋ยวนี้ มีสมาธิเมื่อไหร่ค่อยกลับมา!" 

อาคาชิตะโกนเสียงดังอย่างกราดเกรี้ยว
แน่นอนว่ากัปตันย่อมไม่พอใจลูกทีมที่ไม่ใส่ใจการแข่งที่อยู่ตรงหน้า
สำหรับชมรมบาสเก็ตบอลเทย์โคว สิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดคือชัยชนะ

เขาเดินลากเท้าออกไปอย่างเหงาหงอย


การซ้อมแข่งครั้งสุดท้ายของปีจบลงโดยที่คิเสะได้แต่นั่งมองมาจากข้างสนาม
มิโดริมะเข้ามาพูดอะไรบางอย่างกับเขา แต่สมองที่อื้อชาไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีก
นายแบบหนุ่มได้แต่ปั้นยิ้มและพยักหน้ารับ
ดวงตาสีทองสะท้อนภาพอาโอะมิเนะที่เดินตามคุโระโกะออกไปนอกโรงยิม


อากาศข้างนอกโรงยิมช่างปลอดโปร่งและเย็นสบายกว่าภายในหลายเท่านัก
แต่บรรยากาศกลับหนักอึ้งจนหายใจลำบาก

ร่างเล็กที่ค้อมตัวลง
มือของอาโอะมิเนะที่วางลงบนแผ่นหลัง
เสียงที่สั่นเครือ
หยาดน้ำที่หยดจากใบหน้า
 

เสี้ยวหน้าด้านข้างของคุโระโกะดูเจ็บปวดเหลือเกิน
 
 

คิเสะอยากจะเป็นราชสีห์
พร้อมจะเสียสละครั้งสุดท้าย 
เข้าต่อสู้แย่งชิงสิ่งที่ต้องการ

--แต่โอกาสนั้นได้ผ่านเลยไปแล้ว
 


เขาเข้าไปหลบอยู่ในมุมมืด
คุดคู้ลงกับพื้น
และร้องไห้เงียบๆ

เขารู้ดีว่าคุโระโกะพูดอะไรกับอาโอะมิเนะ
เขารู้มาตลอด
 


คุโระโกะเข้าใจว่าคิเสะร้องไห้เพราะอาคาชิ
ร่างเล็กเข้ามาปลอบตามธรรมชาติของคนที่อ่อนโยนอยู่เสมอ
 

อ้อมกอดของคุโระโกะทำให้เขารู้สึกตัว

ถึงจะทำให้รู้สึกอบอุ่น แต่ก็ดูดเอาชีวิตของเขาออกไปเช่นกัน เปรียบเสมือนอ้อมกอดของกษัตริย์ไมดาส ผู้ซึ่งเมื่อสัมผัสสิ่งใดแล้วจะทำให้กลายเป็นทอง
ร่างกายของคิเสะแข็งทื่อราวกับเป็นรูปปั้นทองคำที่ตั้งอยู่กลางแสงแดดอันอบอุ่น
ส่องประกายสวยงาม ไร้ที่ติ 
แต่ในขณะเดียวกันก็ไร้ซึ่งชีวิตชีวาและความรู้สึก
 

แสงที่สว่างจนแสบตาทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นคุโระโกะได้อีก
 


นายแบบหนุ่มกลับมายังกองถ่ายโฆษณาตัวเดิม สต๊าฟทีมเดิม ฉากเดิม 
ตัวเขาคนเดิมนั่งลงบนเก้าอี้นอนตัวเดิม
ทั้งกระต่ายและสิงโตก็ยังวางอยู่เหมือนเดิม แต่ลูกแก้วลูกเดิมกลับดูหมองลงไปถนัดตา

หากเพียงเขาเป็นสิงโต และหัวใจนี้เป็นหัวใจราชสีห์...
 

แต่ถึงอย่างไรกระต่ายก็ยังคงเป็นกระต่าย
เขาเป็นกระต่ายที่ได้แต่สั่นกลัว ถูกราชสีห์บดบัง
--ได้แต่หวังว่าจะมีความกล้ามากกว่านี้
 

และแล้ว 
ช่วงเวลานั้นของชีวิตก็ผ่านพ้นไป 

--ไม่มีวันหวนกลับมาอีก
 
 
 
 
 


-TBC-
 
 



「TALK」
 
อันนี้ก็เขียนไปอินไปเหมือนกันตอนแรก แง สงสารคิเสะ 5555555
เป็นความบ้าของเราเองที่ชิพเหลืองดำแต่ดันเขียนฟ้าเหลือง กร่าก (ที่จริงเราชิพทุกอย่างค่ะ แต่พีคเป็นพักๆ ช่วงนี้พีคเหลืองดำเท่านั้นเอง)
ตอนหน้าเป็น 青→ ถึงจะเปลี่ยนมุมมองคนเล่าแต่ก็ยังอึนๆ เหมือนเดิม ฮาา 
จะพยายามให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกันมากที่สุดนะคะ O<--<
 
อ่านแล้วเป็นยังไง รบกวนช่วยคอมเม้นต์ไว้ด้วยนะคะ อยากได้ฟีดแบ๊คมากๆ เลย
 
Theme song: "Hardest Of Hearts" 
 
 
เจอกันเอ็นทรี่หน้าค่ะ!